SIGN Sukhumvit 50 โดย ศิริเลิศ ดีเวลลอปเม้นท์


เรื่อง : ม้านั่งยาว | ภาพ : ยุทธนา สิงห์สาย

 

ยูนิตแบบ 1 ห้องนอนแยกส่วนลิฟวิ่งและห้องนอนด้วยผนังกระจกบานเลื่อน คุมโทนให้อบอุ่นด้วยสีขาวกับไม้สีอ่อนเป็นส่วนใหญ่เช่นบิลต์อิน วอลเปเปอร์ลายไม้ พื้นลามิเนตสีอ่อน และเฟอร์นิเจอร์ไม้

 

สวัสดีครับ วันนี้ Home & Resort ขอพาทุกท่านมาชมไอเดียในการออกแบบคอนโดของบริษัทดีเวลลอปเปอร์น้องใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเร็ว ๆ นี้อย่าง บริษัท ศิริเลิศ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด กับโครงการ “SIGN Sukhumvit 50” (ซายน์ สุขุมวิท 50) ที่ออกแบบภายใต้แนวคิด “A Sanctuary of City Living ที่ที่ความสงบบรรจบชีวิตเมือง” โดยตั้งใจให้ลูกบ้านมีความเป็นส่วนตัวเมื่อเข้าบ้าน และสามารถสัมผัสสีสันของชีวิตเมืองได้ทันทีเมื่อก้าวออกจากโครงการ ทั้งยังผสานเทคโนโลยีที่ช่วยให้ชีวิตสะดวกสบายเหมาะกับคนรุ่นใหม่อย่างระบบ Home automation และ Sound System Controller อีกด้วย

โครงการ SIGN Sukhumvit 50 ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 50 บนพื้นที่โครงการประมาณ 0-2-54.1 ไร่ สูง 8 ชั้น ประกอบด้วยห้องแบบ Fully Furnished จำนวน 105 ยูนิต ที่มีทั้งเฟอร์นิเจอร์บิลต์อินและลอยตัวที่ทางบริษัทเป็นผู้ออกแบบเอง และผลิตโดยแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ชื่อดังอย่าง RCD นอกจากนี้ยังรวมไปถึงผนังวอลเปเปอร์และเตาไฟฟ้าพร้อมเครื่องดูดควัน เรียกได้ว่าลูกบ้านเพียงหิ้วชุดเครื่องนอนกับเสื้อผ้าเข้ามาก็อยู่อาศัยได้เลย ที่จอดรถ 40% ของจำนวนยูนิต มียูนิตให้เลือก 3 รูปแบบ ได้แก่ 1)แบบ 1 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอย 26.14–28.68 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.55 ล้านบาท 2)แบบ 1 ห้องนอนพลัส พื้นที่ใช้สอย 34.60 – 37.34 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 3.7 ล้านบาท และ 3)แบบ 2 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอย 50.23 ตร.ม. ราคาประมาณ 4.9 ล้านบาท ราคาเฉลี่ยของโครงการอยู่ที่ 105,000 บาท/ตร.ม. ซึ่งห้องของโครงการนี้จะมีหน้าตาเป็นอย่างไรและมีไอเดียอะไรที่น่าสนใจบ้าง มาชมกันเลยดีกว่าครับ

 

นอกจากเครื่องใช้ไฟฟ้ากับของประดับตกแต่งแล้ว ยูนิตของที่นี่จะขายพร้อมกับเฟอร์นิเจอร์ทั้งบิลต์อินและลอยตัวดังที่เห็นทุกชิ้น (รวมถึงเตาไฟฟ้าและเครื่องดูดควันด้วย) ซึ่งทางบริษัทตั้งใจออกแบบเพื่อให้สามารถใช้งานพื้นที่ได้อย่างคุ้มค่าที่สุด หลายจุดจึงเป็นเฟอร์นิเจอร์แบบ multi-function นั่นเอง

 

(ซ้าย) ระเบียงสามารถชมวิวได้เต็ม ๆ จากกันตกที่ทำจากกระจกนิรภัย ราวตากผ้าสแตนเลสติดผนังพับได้ดูเป็นระเบียบเรียบร้อย และกิมมิคสำคัญที่เป็นหน้าเป็นตาของโครงการก็คือบานเฟี้ยมอลูมิเนียมฉลูลายสีขาวไม่เป็นสนิม ที่ลูกบ้านสามารถปิดเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวในขนาดที่ยังพอมองเห็นวิวภายนอกและรับแสงกับการถ่ายเทของอากาศได้อยู่ ขณะเดียวกันเมื่อมองจากภายนอกอาคารก็กลายเป็นฟาซาดที่สวยงามอีกด้วย (ขวา) มุมรับประทานอาหารขนาด 2 ที่นั่ง โต๊ะที่ใช้เป็นแบบพับเก็บเข้าผนังได้เพื่อเพิ่มพื้นที่ยามไม่ได้ใช้งาน จึงทำให้สามารถตู้เก็บของบิลต์อินที่อยู่บริเวณเดียวกันนี้ได้อย่างสะดวก

 

เนื่องจากมองว่ายูนิตแบบ 1 ห้องนอนน่าจะมีผู้อยู่อาศัยประจำเพียงคนเดียว จึงจัดวางเตียงขนาดเพียงประมาณ 4-5 ฟุต เพื่อให้นอกจากจะเหลือพื้นที่ใช้งานตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งแล้วทางฝั่งหนึ่งแล้ว ยังสามารถวางโต๊ะทำงานบริเวณหัวเตียงอีกฝั่งได้ด้วย ซึ่งทางโครงการติดตั้งเป็นโต๊ะแบบพับเก็บได้มาให้เช่นกัน

 

เมื่อเข้ามาในยูนิตแบบ 1 ห้องนอนพลัสจะพบกับบริเวณตู้บิลต์อินสำหรับเก็บรองเท้าและของใช้ ซึ่งอยู่ติดกับครัวโดยมีประตูบานเลื่อนกั้นระหว่างพื้นที่นี้กับพื้นที่ลิฟวิ่ง ทำให้สามารถใช้เป็นครัวปิด ประกอบอาหารที่มีกลิ่นได้

 

พื้นที่ลิฟวิ่งกับห้องนอนแยกจากกันด้วยผนังกระจกบานเลื่อนเช่นเดียวกับยูนิตแบบ 1 ห้องนอน ซึ่งเมื่อเปิดออกก็จะเชื่อมต่อพื้นที่เข้าด้วยกันทำให้ห้องดูกว้าง และยังทำให้ไม่จำเป็นต้องติดทีวีถึง 2 เครื่อง โดยในเวลาที่ต้องการความเป็นส่วนตัวก็เพียงแค่ปิดประตูบานเลื่อนและผ้าม่านเท่านั้นเอง

 

ด้านบนของราวตากผ้าแบบพับติดผนังติดตั้งหิ้งเพื่อวางของประดับอย่างกระถางต้นไม้ขนาดเล็ก ช่วยเพิ่มสีเขียวสบายตาและความสดชื่นในการอยู่อาศัย เป็นหนึ่งในไอเดียการตกแต่งที่ทางโครงการทำให้ไว้ดูเป็นตัวอย่าง

 

อุปกรณ์ Sound System Controller ที่ติดตั้งไว้ในห้องทุกห้อง ใช้ควบคุมลำโพงภายในห้องซึ่งสามารถเชื่อมต่อแบบบลูทูธเข้ากับอุปกรณ์เคลื่อนที่อย่างโทรศัพท์มือถือ ใช้เปิดเพลงสร้างบรรยากาศภายในห้องได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังมีระบบ Home Automation ที่สามารถควบคุมการเปิด-ปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าผ่านแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือติดตั้งอยู่ในทุกยูนิตเช่นกัน

 

(ซ้าย) พื้นที่ห้องนอนของยูนิตแบบ 1 ห้องนอนพลัสมีขนาดใหญ่กว่าแบบ 1 ห้องนอน ทำให้สามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตครึ่ง หรือ 6 ฟุตได้ โดยที่ยังเหลือพื้นที่สำหรับโต๊ะหัวเตียงทั้งสองฝั่ง (ขวา) เนื่องจากออกแบบให้พื้นห้องน้ำกับห้องนอนอยู่ในระดับเดียวกันเพื่อลดอันตรายจากการเดินสะดุด ทางโครงการจึงใช้หินกั้นรอยต่อระหว่างพื้นกระเบื้องห้องน้ำกับพื้นลามิเนตของห้องนอน เพื่อป้องกันพื้นลามิเนตบวมจากการเปียกน้ำนั่นเอง

 

ห้องน้ำของยูนิตแบบ 1 ห้องนอนพลัสจะมีพื้นที่ใหญ่กว่าและมีอ่างอาบน้ำให้ด้วย

 

ทางบริษัทจะจัดงาน Pre-Sale ในวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 5 - 6 สิงหาคม 2560 นี้ด้วย ณ สำนักงานขายโครงการ SIGN SUKHUMVIT 50 โดยลูกค้าที่จองและทำสัญญาในงานจะได้รับ Samsung Galaxy S8 อีกทั้งยังมีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัล Lucky Draw มูลค่ากว่า 100,000 บาท และพิเศษสำหรับลูกค้าที่ลงทะเบียนผ่านทาง Online จะได้รับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 20,000 บาทอีกด้วย ท่านใดที่สนใจก็ไปร่วมงานกันได้นะครับ

 

สถานที่ : โครงการ Sign Sukhumvit 50

              ซ.อารีรักษ์ สุขุมวิท 50 คลองเตย กทม.

              ข้อมูลเพิ่มเติม www.signcondo.com