เพอร์เฟค-แกรนด์ แอสเสทฯ ร่วมทุน “ซูมิโตโม ฟอเรสทรี” ผุดคอนโดกลางสุขุมวิท

กลุ่มบริษัท พร็อพเพอร์ตี้  เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) โดย นายชายนิด อรรถญาณสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ บริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) โดย นายวิทวัส วิภากุล กรรมการและกรรมการบริหาร ได้ร่วมลงนามในสัญญาความร่วมมือพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ร่วมกับ นายอาคิระ อิชิคาวะ ประธานบริษัท ซูมิโตโม ฟอเรสทรี จำกัด และ นายทัตสึโอะ อิวางาคิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซูมิโตโม ฟอเรสทรี (สิงคโปร์) จำกัด โดยมี นายบรรสาน บุนนาค เอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว พร้อมด้วย นายพิชัย รัตตกุล ร่วมเป็นสักขีพยาน พิธีลงนามจัดขึ้นที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว ญี่ปุ่น

ภายใต้สัญญาความร่วมมือ  ได้มีการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนขึ้น  โดยสัดส่วนการถือหุ้น แกรนด์ แอสเสทฯ ถือหุ้น 40%, พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค ถือหุ้น 11% และอีก 49% ถือหุ้นโดย ซูมิโตโม ฟอเรสทรี สิงคโปร์ [Sumitomo Forestry (Singapore) Ltd.] ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ ซูมิโตโม ฟอเรสทรี ถือหุ้นทั้งหมด โดยจะร่วมมือกันพัฒนาโครงการ ด้วยเงินลงทุน 4,514 ล้านบาท เป็นคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ลักซ์ชัวรี่ บนพื้นที่ 2.5 ไร่ ริมถนนสุขุมวิทระหว่างสถานีบีทีเอสทองหล่อและเอกมัย โดยอยู่ห่างจากสถานีทองหล่อ 350 เมตร ความสูงประมาณ 45 ชั้น จำนวนประมาณ 400 ยูนิต กำหนดเปิดตัวโครงการและเริ่มก่อสร้างในปี 2561 คาดว่าโครงการจะแล้วเสร็จในปี 2563

นายชายนิด เปิดเผยว่า ความร่วมมือกับ“ซูมิโตโม ฟอเรสทรี”พันธมิตรที่มีประวัติความเป็นมายาวนานถึง326 ปี และเป็นผู้นำในธุรกิจป่าไม้และธุรกิจก่อสร้างบ้านของญี่ปุ่นในครั้งนี้  นอกจากจะเป็นการร่วมมือกันพัฒนาโครงการแล้ว  ยังเป็นการเสริมศักยภาพในการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัท โดยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้มีความได้เปรียบ ทั้งในด้านทุนที่แข็งแกร่ง รวมไปถึงเทคโนโลยีและโนว์ฮาวด้านการก่อสร้างของญี่ปุ่นซึ่งเป็นที่ยอมรับ  และยังเป็นการเพิ่มคุณค่าให้กับโครงการ ให้สามารถเข้าถึงกลุ่มชาวญี่ปุ่นที่เป็นลูกค้าหลักของทำเลทองหล่อได้เป็นอย่างดี

“ทองหล่อเป็นหนึ่งในทำเลยอดนิยมของคอนโดระดับลักซ์ชัวรี่ แม้ว่า 1-2 ปีที่ผ่านมาจะมีโครงการเปิดตัวอย่างต่อเนื่อง การแข่งขันค่อนข้างสูง แต่ความต้องการยังคงมีอยู่จำนวนมาก และเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง ทั้งเพื่ออยู่อาศัยเองและลงทุนให้เช่า ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ปัจจุบันโซนนี้มีที่ดินเหลือพัฒนาไม่มาก ขณะที่ราคาซื้อขายปรับตัวขึ้นสูงมาก การหาแปลงที่ดินที่เหมาะสมและพัฒนาโครงการให้มีรูปแบบที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า เป็นสิ่งที่กลุ่มบริษัทมีความมั่นใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเรามีพันธมิตรที่จะช่วยเสริมความแข็งแกร่ง ซึ่งนอกจากโครงการคอนโดทองหล่อแล้ว เรายังมีแผนจะสานต่อความร่วมมืออื่นๆ เพิ่มเติมในอนาคตด้วย”
 

มร.อิชิคาวะ กล่าวเพิ่มเติมว่า “การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมของไทยในขณะนี้ ทำให้บริษัทมีความสนใจที่จะลงทุนพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในประเทศไทย ความร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับกลุ่ม PF และ GRAND ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย และยังเป็นการขยายธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งจะช่วยสร้างฐานรายได้จากธุรกิจในต่าง ประเทศให้แก่บริษัทเพิ่มขึ้น นอกเหนือจากการลงทุนในสหรัฐอเมริกาและออสเตรเลียก่อนหน้านี้ การเข้ามาร่วมทุนกับบริษัทไทยครั้งนี้ นอกจากจะเห็นโอกาสของการลงทุนในประเทศไทย ที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจและจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแล้ว  ยังเป็นความร่วมมือที่เกิดขึ้นในโอกาสสำคัญ ในปีซึ่งเป็นวาระครบรอบ 130 ปีความสัมพันธ์ระหว่างไทย-ญี่ปุ่นด้วย”